ข้ามไปยังเนื้อหา ข้ามไปยังเนื้อหา
บทความ

7 พลาดก่อนพาไก่ชนเดินทางไกล

การเตรียมไก่ชนก่อนเดินทางไกลควรเริ่มจากการประเมินสุขภาพ ไม่ใช่การเร่งอาหารหรือให้ยากระตุ้น คู่มือไก่ชนแนะนำให้ตรวจไก่ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ใช้กรงโปร่ง อากาศถ่ายเท รักษาอุณหภูมิประมาณ 21–28 องศา...

28 ตุลาคม 2569 5 min read
7 พลาดก่อนพาไก่ชนเดินทางไกล

7 พลาดก่อนพาไก่ชนเดินทางไกล

การเตรียมไก่ชนก่อนเดินทางไกลควรเริ่มจากการประเมินสุขภาพ ไม่ใช่การเร่งอาหารหรือให้ยากระตุ้น คู่มือไก่ชนแนะนำให้ตรวจไก่ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ใช้กรงโปร่ง อากาศถ่ายเท รักษาอุณหภูมิประมาณ 21–28 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงร้อนจัด เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง จึงต้องวางแผนพัก ตรวจน้ำ และเฝ้าดูอาการหอบ ซึม หรือปีกตก กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างมีสุขอนามัย ขณะที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ WOAH เน้นการลดความทรมานระหว่างขนส่ง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือเลื่อนการเดินทางหากไก่มีไข้ บาดเจ็บ ท้องเสีย หรือหายใจผิดปกติ และปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเคลื่อนย้าย

Caishen's Cash · ทดลองเล่นฟรี

คุณกำลังจะออกเดินทางแต่พบว่าไก่กินน้ำน้อย กรงคับ หรืออากาศภายนอกร้อนเกิน 32 องศาเซลเซียสใช่ไหม หากปล่อยให้ปัญหาเล็ก ๆ สะสมระหว่างทาง ความเครียด ภาวะขาดน้ำ และการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นควรตรวจรายการสำคัญก่อนยกกรงขึ้นรถทุกครั้ง

ผู้เลี้ยงกำลังตรวจไก่ชนในกรงโปร่งใต้ร่มไม้ก่อนออกเดินทางยามเช้า

เปรียบเทียบอะไรบ้างก่อนเดินทางไกล?

การเปรียบเทียบที่สำคัญคือสภาพไก่ กรงพาหนะ ระยะเวลาเดินทาง และสภาพอากาศ เพราะปัจจัยทั้ง 4 อย่างส่งผลต่อความเสี่ยงมากกว่าระยะทางเพียงอย่างเดียว ไก่ที่แข็งแรงแต่ถูกขังในกรงอับอากาศอาจมีปัญหาเร็วกว่าสัตว์ที่เดินทางไกลในกรงเหมาะสม ดังนั้นอย่าตัดสินความพร้อมจากอายุ น้ำหนัก หรือความคึกเพียงตัวเลขเดียว

ก่อนเดินทาง ให้บันทึกข้อมูลของไก่แต่ละตัวเพื่อเปรียบเทียบหลังถึงปลายทาง ได้แก่ น้ำหนักโดยประมาณ ปริมาณน้ำที่ดื่ม อัตราการหายใจ และลักษณะมูล การมีข้อมูลก่อนออกเดินทางช่วยให้แยกได้ว่าอาการซึมเกิดจากความเครียดชั่วคราวหรือเป็นความผิดปกติเดิมที่แย่ลง นอกจากนี้ ควรตรวจข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ต้นทางและปลายทาง เพราะบางเส้นทางอาจมีข้อจำกัดด้านโรคระบาด เอกสาร หรือจุดตรวจสัตว์

  • ระยะทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง: เน้นกรงปลอดภัยและน้ำก่อนออกเดินทาง
  • ระยะทาง 2–6 ชั่วโมง: วางแผนตรวจไก่เป็นระยะและหลีกเลี่ยงแดด
  • ระยะทางเกิน 6 ชั่วโมง: เตรียมแผนพัก จุดระบายอากาศ และผู้รับผิดชอบดูแล
  • เดินทางข้ามจังหวัด: ตรวจประกาศและเอกสารของกรมปศุสัตว์ก่อนวันเดินทาง

หากต้องการเช็กพื้นฐานเพิ่มเติม ควรอ่าน คู่มือสุขภาพไก่ชนสำหรับผู้เริ่มต้น ควบคู่กับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะบทความออนไลน์ไม่สามารถแทนการตรวจร่างกายจริงได้

เช็กลิสต์ข้อมูลก่อนออกจากบ้าน

จุดพลาดที่พบได้บ่อยคือผู้เลี้ยงให้อาหารมื้อใหญ่ใกล้เวลาออกเดินทาง โดยหวังให้ไก่มีแรง แต่การกินมากแล้วถูกเขย่าบนรถอาจเพิ่มโอกาสสำรอกหรือแน่นท้องได้ แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือให้อาหารตามปกติในปริมาณพอเหมาะ ไม่ทดลองอาหารเสริม สมุนไพร หรือยาชนิดใหม่ภายใน 24–48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เพราะหากเกิดอาการแพ้จะระบุสาเหตุได้ยาก

รายการตรวจที่ควรทำมีดังนี้

  1. ตรวจตา จมูก ปาก หงอน และเท้าว่าไม่มีน้ำมูก แผล หรือบวมผิดปกติ
  2. สังเกตการหายใจขณะพักอย่างน้อย 1–2 นาที
  3. เตรียมน้ำสะอาดจากแหล่งเดิม ไม่เปลี่ยนสูตรน้ำกะทันหัน
  4. ชั่งหรือประเมินน้ำหนักเพื่อใช้เปรียบเทียบหลังถึงที่หมาย
  5. ติดป้ายชื่อ หมายเลขติดต่อ และปลายทางไว้กับกรง
  6. เตรียมผ้าคลุมบางส่วน แต่ต้องไม่ปิดช่องลมทั้งหมด

กรมปศุสัตว์มีข้อมูลด้านการควบคุมโรคและการเคลื่อนย้ายสัตว์ให้ตรวจสอบได้ ส่วน องค์การอนามัยโลก แนะนำให้จัดการความเสี่ยงด้านความร้อน น้ำ และสุขอนามัยอย่างเป็นระบบ หลักคิดสำคัญคือ “ป้องกันก่อนเกิดอาการ ดีกว่าแก้ไขเมื่อสัตว์ทรุด” ซึ่งเหมาะกับการเดินทางทุกระยะ

เริ่มวางแผนอย่างเป็นระบบได้จากเช็กลิสต์ดูแลไก่ชนที่ คู่มือไก่ชนจัดหมวดไว้ให้แล้ว

เรียนรู้เพิ่มเติม

จัดกรงและรถอย่างไรให้พร้อมที่สุด?

การจัดกรงที่เหมาะสมต้องทำให้ไก่ยืน หันตัว และรักษาสมดุลได้ โดยไม่ปล่อยให้มีพื้นที่กว้างจนถูกเหวี่ยงชนผนังกรง กรงควรมีพื้นไม่ลื่น ไม่มีลวดแหลม และมีช่องอากาศหลายด้าน รถควรจอดในร่มก่อนนำไก่ขึ้น หากภายในรถร้อนกว่า 30 องศาเซลเซียส ควรระบายอากาศและรอให้อุณหภูมิลดลงก่อนเริ่มเดินทาง

การคลุมกรงทั้งใบเป็นความเข้าใจที่ควรระวัง เพราะแม้ช่วยลดสิ่งเร้าจากภายนอก แต่สามารถกักความร้อนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ โดยเฉพาะในรถตู้หรือห้องโดยสารปิดสนิท ข้อมูลจาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ ดับเบิลยูโอเอเอช เน้นหลักการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่คำนึงถึงอากาศ น้ำ พื้นที่ และการลดความเครียด ข้อความในแนวทางสวัสดิภาพสัตว์ขององค์การระบุว่า “สัตว์ควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีสวัสดิภาพตลอดการขนส่ง” ดังนั้นการคลุมควรบังเพียงบางส่วน และต้องตรวจอากาศภายในกรงเสมอ

  • วางกรงให้มั่นคง ไม่ซ้อนจนช่องลมถูกปิด
  • ยึดกรงด้วยสายรัดเพื่อป้องกันการไถลเมื่อเบรก
  • แยกไก่แต่ละตัว หากมีพฤติกรรมตีกันหรือเครียดง่าย
  • หลีกเลี่ยงท้ายรถที่ร้อนจัดและบริเวณใกล้ท่อไอเสีย
  • พกผ้าสะอาด น้ำสำรอง ถุงมือ และอุปกรณ์ทำความสะอาด

ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติที่มักถูกมองข้ามคือ “อุณหภูมิอากาศ” กับ “อุณหภูมิในกรง” ไม่เท่ากัน รถที่จอดกลางแดดอาจมีพื้นที่ภายในร้อนกว่าอากาศภายนอกหลายองศา จึงควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิขนาดเล็กในตำแหน่งใกล้กรงแทนการคาดเดา

กรงไก่ชนหลายใบยึดแน่นในรถกระบะมีผ้าใบเปิดช่องลมและเครื่องวัดอุณหภูมิ

ระหว่างทางต้องดูอะไร และจุดไหนยังรับมือได้?

การเดินทางยังถือว่ารับมือได้เมื่อไก่รู้สึกตัวดี ยืนทรงตัวได้ หายใจไม่หอบต่อเนื่อง และยังตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากพบอ้าปากหายใจ ปีกกาง ตัวร้อน น้ำลายมาก ซึม หรือทรุดลง ควรหยุดในจุดปลอดภัย เปิดทางลม และประเมินอาการทันที ไม่ควรฝืนเดินทางต่อเพื่อให้ถึงปลายทางตามกำหนด

สำหรับเส้นทาง 2–4 ชั่วโมง ควรวางแผนตรวจอย่างน้อยทุก 60–90 นาทีเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องจับไก่ออกมาบ่อย เพราะการเปิดกรงซ้ำอาจเพิ่มความเครียดและเสี่ยงหลุด ควรสังเกตจากภายนอกก่อน จากนั้นตรวจน้ำ ความมั่นคงของกรง และอุณหภูมิบริเวณนั้น หากจำเป็นต้องให้น้ำ ให้ใช้ภาชนะที่ไม่หกง่ายและอย่าบังคับกรอกน้ำเข้าปาก เพราะน้ำอาจเข้าหลอดลม

แนวทางฉุกเฉินที่ควรจำมี 5 ข้อ

  1. หยุดรถในร่มหรือพื้นที่อากาศถ่ายเท
  2. เปิดช่องลมและลดสิ่งปกคลุมกรง
  3. ลดความร้อนโดยค่อย ๆ ระบายอากาศ ไม่ใช่ราดน้ำเย็นจัด
  4. แยกไก่ที่มีอาการผิดปกติจากตัวอื่น
  5. ติดต่อสัตวแพทย์หรือหน่วยงานปศุสัตว์ หากอาการไม่ดีขึ้นภายในเวลาสั้น ๆ

กรมปศุสัตว์และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเป็นหน่วยงานที่ควรใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเมื่อพบข้อสงสัยด้านโรคติดต่อ การเดินทางข้ามจังหวัด หรือเอกสารกำกับสัตว์ การมีเบอร์ติดต่อไว้ก่อนออกเดินทางเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยลดเวลาตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินได้มาก

ดูแนวทางเสริมได้จาก วิธีสังเกตอาการไก่ชนป่วยและภาวะขาดน้ำ ก่อนจัดเส้นทางจริง

เรียนรู้เพิ่มเติม

จุดไหนที่วิธีเตรียมไก่ชนยังมีข้อจำกัด?

การเตรียมตัวที่ดีลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถรับรองว่าไก่จะไม่เครียดหรือไม่ป่วยระหว่างเดินทาง เพราะความเครียดขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพเดิม นิสัยเฉพาะตัว เสียงรบกวน และอากาศในวันนั้น อีกข้อจำกัดคือการให้วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้แก้ปัญหากรงร้อน อากาศไม่พอ หรือการขับรถกระแทก การแก้สาเหตุด้านสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญกว่าการเพิ่มผลิตภัณฑ์

ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ ยาคลายเครียด หรือยากระตุ้นโดยไม่มีคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะอาจบดบังอาการป่วย ทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือมีปัญหาสารตกค้างและการดื้อยา หากไก่มีแผลจากการซ้อม มีไข้ ถ่ายเหลว หรือหายใจมีเสียง ควรเลื่อนการเดินทางก่อน แม้ปลายทางจะมีความสำคัญด้านการแข่งขันหรือการซื้อขายก็ตาม

อีกประเด็นที่ควรคิดคือการเดินทางกลางคืนไม่ได้ปลอดภัยกว่าเสมอไป แม้อุณหภูมิมักต่ำลง แต่ทัศนวิสัย เสียงรถ และการเข้าถึงสัตวแพทย์อาจแย่กว่า การเลือกเวลาเดินทางควรพิจารณาอุณหภูมิจริง จุดพัก และความพร้อมของผู้ขับขี่ ไม่ใช่ดูแค่เวลาออกเดินทาง

“ความเงียบของไก่ไม่ได้แปลว่าไก่สบาย” คือหลักสังเกตที่ควรจำ เพราะไก่บางตัวอาจนิ่งจากความกลัวหรืออ่อนแรง การประเมินต้องดูหลายสัญญาณร่วมกัน ได้แก่ ท่าทาง การหายใจ สีเยื่อเมือก การตอบสนอง และการทรงตัว

ผู้ดูแลเปิดช่องกรงตรวจไก่ชนระหว่างจุดพักริมทางใต้ร่มไม้ในช่วงอากาศร้อน

คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเตรียมอย่างละเอียด?

คุ้มค่า เพราะต้นทุนของกรงที่ปลอดภัย เครื่องวัดอุณหภูมิ น้ำสะอาด และเวลาเตรียมตัวมักต่ำกว่าความเสียหายจากการบาดเจ็บหรืออาการป่วยหลังเดินทาง การเตรียมอย่างละเอียดไม่ได้หมายถึงการใช้อุปกรณ์ราคาแพง แต่หมายถึงการตรวจความเสี่ยงที่สำคัญตามลำดับ ได้แก่ สุขภาพ อากาศ กรง รถ ระยะเวลา และแผนฉุกเฉิน

สำหรับผู้เลี้ยงที่เดินทางเป็นครั้งแรก คู่มือไก่ชนแนะนำให้เริ่มจากแผนง่าย ๆ ดังนี้

  1. ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง 24 ชั่วโมง
  2. เลือกช่วงอากาศไม่ร้อนจัด และเช็กพยากรณ์อากาศ
  3. ใช้กรงโปร่ง พื้นไม่ลื่น และยึดกรงให้แน่น
  4. เตรียมน้ำจากแหล่งเดิม พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด
  5. กำหนดจุดพักทุก 60–90 นาทีสำหรับเส้นทางหลายชั่วโมง
  6. บันทึกอาการก่อนออกเดินทางและหลังถึงปลายทาง
  7. ให้ไก่พักในพื้นที่เงียบ อากาศถ่ายเท อย่างน้อย 2–4 ชั่วโมงก่อนทำกิจกรรมอื่น

หลังถึงที่หมาย ไม่ควรรีบนำไก่ไปพบคนจำนวนมาก อาบน้ำ หรือฝึกทันที ให้ไก่ดื่มน้ำทีละน้อย พักในกรงสะอาด และสังเกตอาการอย่างน้อย 30–60 นาที หากยังหอบ ซึม หรือไม่ยืน ควรแยกพื้นที่และปรึกษาสัตวแพทย์ การพักฟื้นหลังเดินทางจึงเป็นส่วนหนึ่งของการขนย้าย ไม่ใช่ขั้นตอนที่จบลงเมื่อรถจอด

ข้อมูลด้านสวัสดิภาพจาก กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหลักการของ ดับเบิลยูโอเอเอช ช่วยให้วางแผนโดยใช้ความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง สำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอด ควรอ่าน การจัดโรงเรือนไก่ชนให้สะอาดและอากาศถ่ายเท รวมถึง ตารางดูแลไก่ชนก่อนและหลังการเดินทาง

ไก่ชนพักในกรงสะอาดหลังเดินทางถึงฟาร์มชนบท มีน้ำและพื้นที่ร่มเงาอย่างสงบ

โดยสรุป จุดพลาด 7 ประการคือการพาไก่ป่วยเดินทาง ให้อาหารมากเกินไป ใช้กรงอับอากาศ คลุมกรงมิดชิด ไม่ยึดกรงให้มั่นคง ไม่วางแผนตรวจระหว่างทาง และรีบใช้งานทันทีเมื่อถึงปลายทาง หากคุณกับทีมดูแลตรวจครบทั้ง 7 จุด โอกาสเกิดความเครียด ขาดน้ำ และบาดเจ็บจะลดลงอย่างมีเหตุผลมากกว่าการพึ่งโชค สิ่งสำคัญที่สุดคือยอมเลื่อนการเดินทางเมื่อสัญญาณสุขภาพไม่ผ่านเกณฑ์

หากพร้อมจัดแผนการเดินทางให้รอบคอบยิ่งขึ้น ลองทบทวนรายการตรวจทั้งหมดอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: การเตรียมไก่ชนก่อนเดินทางไกลหมายถึงอะไร?

การเตรียมไก่ชนก่อนเดินทางไกลคือการตรวจสุขภาพ จัดกรง ควบคุมอากาศ เตรียมน้ำ และวางแผนติดตามอาการตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เพียงการให้อาหารก่อนขึ้นรถ ควรตรวจไก่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงการทดลองยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรชนิดใหม่ก่อนเดินทาง หากพบหายใจผิดปกติ ท้องเสีย แผล หรือซึม ควรเลื่อนการเดินทางและปรึกษาสัตวแพทย์

ถาม: ต้องเตรียมไก่ชนอย่างไรก่อนออกเดินทาง?

ควรให้อาหารตามปกติในปริมาณพอเหมาะ จัดน้ำสะอาด ตรวจตา จมูก ปาก เท้า และการหายใจ จากนั้นนำไก่ใส่กรงที่มีพื้นไม่ลื่นและช่องลมเพียงพอ ควรติดป้ายข้อมูลกับกรงและเตรียมอุปกรณ์สำรอง เช่น ผ้าสะอาด น้ำ และถุงมือ สำหรับเส้นทางหลายชั่วโมง ให้กำหนดจุดพักและตรวจกรงทุก 60–90 นาทีเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย

ถาม: กรงแบบไหนเหมาะกับการพาไก่ชนเดินทางไกลมากที่สุด?

กรงที่เหมาะควรแข็งแรง โปร่ง อากาศถ่ายเท มีพื้นไม่ลื่น และมีพื้นที่ให้ไก่ยืนหรือเปลี่ยนท่าได้โดยไม่ถูกเหวี่ยงชนผนัง ไม่ควรใช้กรงที่คับจนขยับไม่ได้หรือกว้างเกินไปจนไก่เสียสมดุลระหว่างรถเคลื่อนที่ ควรยึดกรงด้วยสายรัดและหลีกเลี่ยงการคลุมกรงมิดชิด เพราะความร้อนสะสมและอากาศไม่พออาจเกิดขึ้นได้

ถาม: ระหว่างทางไก่ชนหอบหรือปีกตกควรทำอย่างไร?

ควรหยุดรถในบริเวณร่มและอากาศถ่ายเท เปิดช่องลม ลดผ้าคลุม และตรวจการตอบสนองของไก่ทันที อย่าบังคับกรอกน้ำหรือราดน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้สำลักหรือช็อกได้ หากอาการไม่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการทรุด ชัก หรือหายใจลำบาก ควรติดต่อสัตวแพทย์หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และไม่ควรเดินทางต่อจนกว่าจะประเมินความปลอดภัย

ถาม: เดินทางกลางคืนดีกว่ากลางวันหรือไม่?

การเดินทางกลางคืนอาจช่วยหลีกเลี่ยงอากาศร้อน แต่ไม่ได้ปลอดภัยกว่าในทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาเสียงรถ ทัศนวิสัย จุดพัก และการเข้าถึงสัตวแพทย์ร่วมกัน หากอุณหภูมิกลางวันสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส การเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นอาจเหมาะกว่า โดยควรตรวจพยากรณ์อากาศและอุณหภูมิจริงบริเวณกรง ไม่ใช้เวลาเดินทางเป็นเกณฑ์เดียว

ถาม: หลังถึงที่หมายควรให้ไก่ชนพักนานเท่าไร?

ควรให้ไก่พักในพื้นที่เงียบ อากาศถ่ายเท และมีน้ำสะอาดอย่างน้อย 2–4 ชั่วโมงก่อนฝึก อาบน้ำ หรือทำกิจกรรมที่ใช้แรง หลังถึงควรสังเกตอาการในช่วง 30–60 นาทีแรก โดยดูการหายใจ การยืน การดื่มน้ำ และความรู้สึกตัว หากยังซึม หอบ ไม่กินน้ำ หรือมีบาดแผล ควรแยกพักและปรึกษาสัตวแพทย์แทนการเร่งใช้งาน

ถาม: การเตรียมไก่ชนก่อนเดินทางไกลมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับกรง อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ ระยะทาง และค่าตรวจสัตวแพทย์ โดยอุปกรณ์พื้นฐานอาจเริ่มจากการใช้กรงที่มีอยู่ น้ำสะอาด ผ้าสะอาด และสายรัดที่ปลอดภัย สิ่งที่ไม่ควรประหยัดคือความแข็งแรงของกรง การระบายอากาศ และการตรวจสุขภาพเมื่อมีอาการผิดปกติ เพราะค่ารักษาและความเสียหายจากการเดินทางที่ไม่พร้อมอาจสูงกว่าค่าเตรียมตัวหลายเท่า

สิ้นสุดการส่งข้อมูล

ขอบคุณที่อ่าน สำรวจบทความเพิ่มเติมจากคลังเอกสาร

คำประกาศ

คู่มือไก่ชน · Article #3e · 2026

บทความที่เกี่ยวข้อง